รีวิว The Umbrella Academy ดิ อัมเบรลลา อคาเดมี่

The Umbrella Academy

รีวิว The Umbrella Academy ดิ อัมเบรลลา อคาเดมี่ เรื่องราวของเด็ก ที่มีพรสรรค์พิเศษทั้ง 7 ที่ถูกเก็บมาเลี้ยงใน The Umbrella Academy พ่อของพวกเขาได้ฝึกพลังพิเศษเหล่านั้นเพื่อให้พวกเขาได้ใช้พลังปกป้องโลกจากภัยอันตราย [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว The Umbrella Academy ดิ อัมเบรลลา อคาเดมี่ ซีซั่น1 ปี1989 เกิดเหตุการณ์ประหลาดเมื่อสาวบริสุทธิ์ให้กำเนิดบุตรและธิดารวม 43 คน โดยเด็กทุกคนจะมีพลังพิเศษแอบแฝงอยู่ แต่มีเด็ก 7 คนที่ เซอร์ เรจินัลด์ ฮาร์กรีฟส์  ได้อุปถัมภ์และก่อตั้ง อัมเบรลลา อคาเดมี เพื่อฝึกให้พวกเขากลายเป็นฮีโร่ พิทักษ์โลกได้แก่ อาร์เธอร์ หรือหมายเลข 1 นักบินอวกาศผู้มีพละกำลังอันแข็งแกร่ง ,ดิเอโก หมายเลข 2 มือมีด, อลิสัน หมายเลข 3 ดาราดังผู้สามารถบิดเบือนความจริงด้วยคำโกหก, เคลาส์ หมายเลข 4 ผู้สามารถสื่อสารกับวิญญาณได้, หมายเลข 5 เด็กชายไร้ชื่อผู้สามารถเดินทางข้ามเวลาได้ และวานย่า หมายเลข 7 ผู้ถูกตีตราว่าไร้พลังแต่คอยบันทึกประวัติศาสตร์ของพวกเขาเป็นหนังสือ และด้วยบาดแผลในวัยเด็กของพวกเขาก็ทำให้แต่ละคนแยกย้ายไปตามทาง แต่หลังการตายของ เซอร์เรจินัลด์ พวกเขาได้กลับมารวมตัวอีกครั้งแบบไม่ตั้งใจในงานศพพ่อของพวกเขา

ในซีรีส์เราจะดูออกเลยว่าแต่ละคนนั้น ไม่ค่อยลงรอยกันนัก จากบทสนทนาหรือจากการกระทำต่างๆ ซึ่งในช่วงแรกๆของซีรีส์ เราจะได้เห็นการสืบหาว่าทำไม พ่อของพวกเขาถึงตายพร้อมทั้งอธิบายความเป็นมาต่างๆ ของแต่ละตัวละครให้เราได้เขาใจว่า แต่ละตัวละครนั้นเป็นใครและสามารถทำอะไรได้ โดยซีรีส์จะค่อยๆเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ไปอย่างช้าๆ ไม่ได้รีบร้อนมากนัก ซึ่งเชื่อว่าหลายคน ไม่ค่อยชอบซีรีส์ที่เล่าเรื่องช้าๆแบบนี้ แต่สำหรับผมมันดีมากเพราะเราจะสามารถเก็บรายละเอียดต่างๆได้สมบูรณ์นั่นเอง

ซีรีส์ได้พูดถึงวันสิ้นโลก ให้เรารู้ในช่วงๆแรกๆ และระหว่างที่ซีรีส์เล่าเรื่องราวของแต่ละคนก็ได้เหล่าเหตุการณ์ที่โลกกำลังจะดับสูญ ให้คนดูได้ลุ้นเพิ่มอีกเรื่องด้วย โดยคนที่รู้เรื่องนี้เป็นคนแรกก็คือหมายเลข 5 ผู้ที่สามารถย้อนเวลาไปมาได้นั่นเอง ความสนุกค่อยๆก่อตัว เนื่องจากซีรีส์เรื่องนี้ ดำเนินเรื่องไปอย่างช้าๆ ทำให้ความสนุกนั้นค่อยๆก่อตัวขึ้นทีละเล็กทีละน้อย และซีรีส์ค่อยๆเฉลยปริศนาต่างๆและสร้างปริศนาใหม่ ให้คนดูได้ลุ้นกันอย่างต่อเนื่อง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นซีรีส์ก็ยังไม่ได้รีบเร่งอะไรมากนัก ค่อยๆดำเนินต่อไปอย่างช้าๆ กว่าเนื้อเรื่องหลักจะเปิดเผยก็เกือบจะครึ่งซีซั่นแล้ว

ตัวละครทั้ง 7 ในซีรีส์นี้ ต้องบอกเลยว่าตัวละครแต่ละตัวนั้นมีมิติของตัวเอง ที่โดดเด่นไปคนละอย่าง โดนทุกๆอย่างในตัวละครนั้น มีที่มาที่ไปมีเหตุผลรองรับแทบทั้งหมด เรียกได้ว่าถ้าดูจบครบ 10 ตอนก็จะหายสงสัยในพฤติกรรมแปลกๆ ของตัวละครได้เลย เคลาส์หรือหมายเลข 4 เนื่องจากตัวละครนี้สามารถติดต่อกับวิญญาณ หรือคนที่ตายไปแล้วได้ ในช่วงแรกๆเราจะเห็นว่าเขานั้นเป็นคนที่ทำอะไรไม่ค่อยได้ ติดยา ซึ่งแน่นอนเหตุที่ทำให้เขากลายเป็นแบบนี้เพราะเขาไม่อยากติดต่อกับวิญญาณนั้นเอง เมื่อเขาเมาเขาก็ไม่ต้องเห็นวิญญาณ เขาใช้วิธีนี้แก้ปัญหา จนในช่วงท้ายๆของซีรีส์เขาพยายามหยุดใช้ยา และควบคุมพลังในที่สุดเขาก็ทำได้ พลังของเขานั้นไม่แพ้พี่น้องคนอื่นๆเลย และตัวละครนี้ผ่านอะไรมาเยอะมากทีเดียว แต่ก็น้อยกว่าหมายเลข 5 ถ้านำไปเทียบ

ฉากต่อสู้ในซีรีส์เรื่องนี้ถือว่ามีฉากต่อสู้น้อยมากๆเมื่อเทียบกับเวลาทั้งหมด ส่วนตัวคิดว่าเพราะมันเป็นซีซั่นแรก ซีรีส์มันเลยพยายามปูพื้นฐานคนดูให้แน่นก่อน ก่อนที่ซีซั่นถัดไปจะเพิ่มเติมฉากต่อสู้ให้มากขึ้น แต่ในฉากต่อสู้ที่น้อยนิดนี้ ก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวังเพราะการต่อสู้ แต่ละฉากนั้นก็ทำออกมาได้ลุ้นดีทีเดียว ฉากต่อสู้ของ หมายเลข 5 ในร้านโดนัททำดีมาก ซีรีส์มีการแทรกมุขตลกให้คนดูได้ขำเหมือนกัน เพราะถ้าหากจะดาร์กอย่างเดียวคนดูก็คงจะหดหู่กันพอดี โดยเราจะได้เห็นฉากขำๆอยู่ไม่เยอะแต่ก็ไม่น้อย  ซึ่งมันทำให้ขำออกมาได้ตลอด

ซีรีส์นี้มีตัวร้ายหลักจากองค์กรหนึ่งที่คอยดู ให้สิ่งต่างๆนั้นเกิดขึ้นตามที่มันควรจะเกิด ซึ่งองค์กรนี้ได้ส่งนักฆ่ามาตามล่า หมายเลข 5 ซึ่งเขาก็เคยเป็นอดีตสมาชิกในองค์กรนี้เช่นกัน หากสงสัยว่าทำไมต้องตามฆ่าหมายเลข 5 เพราะหมายเลข 5 กำลังจะเปลี่ยนแปลงอนาคตของโลกนั้นเอง เป็นซีรีส์สายดาร์กค่อยๆปล่อยความสนุกออกมาให้คนดูได้รับรู้ทีละนิดๆ ซีซั่น 1 มีทั้งหมด 10 ตอน สามารถดูวันเดียวจบได้ แอดอยากแนะนำให้ดูกันครับ สนุกมากๆเลยเรื่องนี้ ดูได้แล้ว เลยบน Netflix

ติดตามรีวิวภาพยนตร์ ได้ที่ : รีวิว Netflix

ติมตามเพจได้ที่ : มูฟวี่ Up2You